เว็บไซต์หาเงินกับ adsense case study 7

History Case No. 7

นี่คือตัวอย่างของการลงทุนที่คุ้มค่าในการตาดีซื้อเว็บเก่าๆ มาหนึ่งอันแล้วเอามาปรับแต่งพัฒนาให้มันหาเงินได้มากกว่าเดิม เว็บนี้มีอายุเก่าแก่ที่สุดเท่าที่ผมได้วิเคราะห์มา มันเกิดเมื่อปี 1998 ขณะนี้ทำเงินได้เฉลี่ยนเดือนละแค่ $100 เนื่องจากคีย์เวิร์ดไม่มี Sponsor ลงโฆษณาเลย แต่ด้วยความที่เป็นเว็บเก่าและมีบทความในเรื่องของดาราคนนี้เยอะ และติดอันดับ Google อยู่หลายคำ ทำให้มันหาเงินวันละ 3-4 เหรียญเท่านั้นเอง แม้จะได้จาก AdSense ไม่มากแต่มันให้บทเรียนอะไรเราได้หลายๆ อย่าง ทั้งคีย์เวิร์ดและความเข้าใจเรื่องของผู้ชมเว็บ มาฟังเจ้าของเล่าดีกว่า

“ผมซื้อ marilynmonroepages.com มาปีกว่า (2011) ขณะนั้นเว็บนี้มีลิงก์เยอะอยู่แล้วจากเจ้าของเก่าที่ฝากมาเรื่อยๆ และก็มีผู้ชมเยอะอยู่แล้วพอสมควร แต่มันหน้าตาน่าเกลียดมาก และหาเงินไม่ได้เลยซักบาทเดียว ตอนผมซื้อมา ผมจัดการปรับแต่งบทความทั้งหมด และแปะ AdSense เข้าไม่กี่ Ad แล้วนั่งรออยู่ 2 เดือน จนมาทำเงินได้อย่างที่คุณเห็น และจากนั้นคืองานครั้งสุดท้ายที่ผมทำกับเว็บนี้ ไม่ได้แตะต้องอะไรมันอีกเลย แต่มันก็ยังทำเงินให้ผมได้แม้จะน้อยแต่ก็ได้เรื่อยๆ แบบกินเปล่าๆ

ผู้ชมส่วนใหญ่เข้ามาจากทาง Google Organic Search (86%) จากคีย์เวิร์ดประมาณ 6 พันกว่าคำที่พาคนเข้ามาที่นี่ และรายได้ทั้งหมดมาจาก AdSense ทั้งสิ้น แต่เชื่อว่าจะทำได้มากกว่านี้ถ้าใส่บทความเพิ่มเข้าไปอีก”

Methods – Case No. 7

เว็บนี้ทำเงินได้จากความคีย์เวิร์ดที่มี Search Volume มากมายทั่วโลก exact match เป็นล้านการค้นหา และเป็นเรื่องคลาสสิคที่จะมีคนค้นหาอยู่ตลอด

แต่เสียดายที่เขาไม่ได้ Rank อะไรดีมาก ถ้าคุณมีคีย์เวิร์ดแบบนี้ไม่ต้องห่วงเรื่องผู้ชมจะน้อยเหมือนเว็บนี้เลย แค่ต้องหมั่นอัปเดทบทความให้เยอะที่สุดซัก 500 บทความขึ้นไป รอเวลาให้เว็บมันติดอันดับบ้างไรบ้างเท่านั้นด้วยจำนวนบทความเข้าไว้ แต่อัปเดทอย่างสม่ำเสมอวันละ 1-2 บทความเป็นอย่างน้อย ใช้เวลาไม่เกิน 5 เดือนก็น่าจะเห็นรายได้เยอะว่าเว็บนี้อีกเยอะ แต่ต้อง Search Volume ประมาณนี้ หมื่นขึ้นไปดีที่สุดเดี๋ยวนี้ ไม่กี่พัน เงินน้อยไป

แน่นอนว่าคำที่การค้นหาสูงส่วนใหญ่จะคู่แข่งน่ากลัว และแทบจะไม่มีโอกาสสู้เลย ดังนั้นเช็คด้วย Market Samurai หรือ Niche Market Finder ก่อนเพื่อดูการทำ SEO ของคู่แข่ง ซึ่งผมก็เชื่อว่าส่วนใหญ่น่าจะทำ SEO กันเพียบ ถ้าเจอแบบนั้นก็ไม่ต้องห่วง เพราะการเอาชนะคำแบบนี้มันอยู่ที่จำนวนบทความ (Unique Content) ว่าใครมากกว่ากัน และความสม่ำเสมอในการอัปเดท

ด้วยความที่เป็นตลาดที่มีธรรมชาติของความต้องการสูงบนโลกออนไลน์ คุณก็สามารถกอบโกยผู้ชมได้ไม่ยากจากจำนวนบทความแค่นั้นเอง และอาจจะไม่ต้องทำ SEO หรือทำ Rank เลยก็ได้ (ดูว่าเหตุผลทำไม ในหน้า Analytics Report Case No. 7)

AdSense Report – Case No. 7

ปีนึงทำได้ 800 เหรียญเอง เว็บนี้เขาปกปิดค่า CTR% ต่างๆ ไว้ทำให้เราไม่สามาารถวิเคราะห์อะไรได้มากนอกจากการดูที่ Google Analytics ถัดไป

Analytics Report – Case No. 7

ผู้ชมตลอด 1 ปีอยู่ที่ 3 แสน ถือว่าน้อยมาก ก็สมกับรายได้แล้วล่ะ สังเกตุดีๆ เว็บนี้คีย์เวิร์ดที่พาคนเข้ามามากที่สุดจะเป็นคีย์เวิร์ดที่ Google ไม่สามารถตรวจจับได้(not provided) ตีความได้ว่าเว็บนี้มีบทความอย่างน้อยๆ 500 ขึ้นไปบนเว็บทำให้มันเกิดผู้ชมจากคีย์เวิร์ด lowsearch มากมายแบบนี้ ขนาดพวกคำที่ทำ SEO นั้นยังพาผู้ชมมาได้ไม่เท่าเลย

ไอ้พวกคำที่ Google ตรวจจับไม่ได้นั้นเพราะมันเป็นคำที่ Search Volume ต่ำ ส่วนใหญ่เป็นคำที่เป็นประโยคยาวๆ นี่ก็แสดงให้เห็นว่า บางครั้งแค่อัดบทความเข้าไปเยอะๆ มันยังมีพลังมากกว่าทำ SEO ได้ ที่มักมุ่งเป้าไปที่คีย์เวิร์ดแค่ไม่กี่คำ บทความมากมายกลายเป็นคีย์เวิร์ด low search แต่ได้จำนวนมหาศาลที่รวมกันพาผู้ชมเข้ามาได้อย่างมากมาย เช่น คำว่า marilyn = 30,000 search/month แต่คำอื่นๆ ที่มีแค่ 1 search/month แต่มันมีทั้งหมด50,000 คำจากบทความทั้งหมด มันก็จะชนะไอ้คำ marilyn ที่ตั้งใจทำ SEO ไว้ที่มีแค่ 30,000 การค้นหาต่อเดือนได้

คุณอาจจะเป็นเหมือนเว็บนี้ ลองเข้าไปดูใน Google Analytics > Traffic Source ซะเลยตอนนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *