บล็อกธุรกิจทั้ง 6 แบบ

บล็อกสำหรับธุรกิจนั้นมันจะต้องแยกออกเป็นหมวดหมู่ทั้ง 6 เพื่อการใช้งานให้ตรงจุดตามกลยุทธ์การตลาดต่างๆด้วย โดยในบล็อกเดียวคุณสามารถใช้บางกลยุทธ์หรือทั้งหมดเลยก็ได้ เพียงผมอยากให้คุณได้เห็นว่าคุณจะใช้บล็อกในทางไหนได้บ้างในการช่วยธุรกิจของคุณ คำถามที่สำคัญมันอยู่ที่ว่า คุณอยากจะได้อะไรจากการมีบล็อกที่สุดก็ทำให้บล็อกเป็นไปในแนวนั้น ที่มีอยู่ทั้ง 6 หมวดหมู่ ไปดูกันเลยครับ

[1] Branding Blogs (บล็อกสร้างเบรนด์)
ฟังชื่อแล้วก็น่าจะพอเข้าใจว่าบล็อกหมวดหมู่นี้เอาไว้สร้างหรือเสริมยี่ห้อ (brand) ของคุณเอง ถ้าคุณมีสินค้าหรือบริการอยู่แล้ว ถ้าต้องการให้ชื่อ, ยี่ห้อ, รุ่นของสินค้า, หรือชื่อบริษัทติดหูมากขึ้น หรือเป็นที่รู้จักมากขึ้น การมีบล็อกที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้จึงเหมาะมาก หรือจะว่าไปแล้ว มันก็จำเป็นมาก ผู้ที่สร้างบล็อกแบบนี้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นตัวบริษัทหรือธุรกิจเอง มันสามารถเป็นใครก็ได้ที่ต้องการสร้างชื่อให้ตัวเองเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งสาระในบล็อกก็จะเน้นไปในทางโปรโมทชื่อหรือยี่ห้อ เช่น บอกว่าคุณคือใคร, แถลงนโยบายบริษัทด้วยถ้อยคำที่เป็นกันเอง และอาจจะเป็น ถ้อยแถลงการของบริษัท (mission statements) เป็นต้น อ้อ ลืมบอกไป ถ้ายังไม่มีโลโกก็คงต้องถึงเวลาหาคนมาออกแบบกันซักที

[2] Knowledge Blogs (บล็อกให้ความรู้)
การให้ความรู้นี้ สามารถจะเข้าไปอยู่ในหมวดหมู่เดียวกับ Branding Blog ก็ได้ ซึ่งสร้างบล็อกเพื่อการทำ Branded content หรือการสร้างเนื้อหาที่มีประโยชน์โดยไม่เอายี่ห้อมาแสดงหรือขายของอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งจะส่งผลประโยชน์ให้คุณได้มากมายหลายทางแม้จะไม่ใช่ทางตรงไปยังการสร้างเบรนด์ ทั้งทางด้านได้ผู้ชมบล็อกมากขึ้น และสร้างเครดิตให้กับธุรกิจห้างร้านหรือบริษัทของคุณเองได้ ว่าคุณคือผู้รู้ตัวจริง และอื่นๆอีกหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการทำให้พนักงานในโองกรมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องภายในมากขึ้น ถ้าพูดถึงการเป็น Knowledge Blogs เพื่อให้ความรู้กับคนทั่วไปอ่าน เพื่อการขายหรือโฆษณาสินค้าก็น่าจะเป็นการนำเสนอในรูปแบบบอกเล่าหรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการใช้สินค้าจะดีที่สุดเพื่อให้คนเชื่อหรือเข้าใจในสินค้าของคุณมากขึ้น นอกจากนี้คุณก็สามารถติดตั้งวีดีโอการใช้งานสินค้าได้อีกด้วยๆการใช้ YouTube และสื่อโฆษณาอีกมากมาย ถ้าคุณเคยเข้าไปที่ Reviews & Guides ของ eBay คุณก็จะรู้ว่ามีผู้ขายเป็นพันๆคนในนั้นได้เขียนบทความให้ความรู้เอาไว้มากมาย ตั้งแต่วิธีเลือกซื้อกระเป๋าเบรนเนม ไปจนถึงวิธีเลือกซื้อแรมคอมพิวเตอร์เพื่อเป็นการโปรโมทตัวเอง

[3] Sales Blogs (บล็อกส่งเสริมการขาย)
ถ้าธุรกิจของคุณคือการขาย บล็อกของคุณก็ควรจะใช้เพื่อการทำตลาดซะส่วนใหญ่เพื่อมุ่งเน้นไปในเรื่องการเพิ่มยอดขาย เริ่มด้วยการติดตั้งระบบขายสินค้าบนบล็อกเพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าจากบล็อกได้ทันที ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ยากเลยครับสมัยนี้ นอกจากเรื่องการติดตั้งระบบขายสินค้าแล้วก็อาจจะมีข้อมูลหรือเสป็คต่างๆเกี่ยวกับสินค้าอีกด้วย (อย่าลืมพูดอวยสินค้าตัวเองแล้วพูดถึงข้อเสียของสินค้าคู่แข่งด้วยล่ะ)

[4] Relationship Blogs
(บล็อกสร้างชุมชน)
ชื่อนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก มันคือส่วนหนึ่งของความมีประโยชน์ของบล็อกที่คุณจะได้อยู่แล้ว จากการมีบล็อกที่มีข้อมูลที่มีคุณค่าต่อคนทั่วไปหรือแม้แต่พนักงานของคุณเอง มันก็จะสร้างความเป็นชุมชนที่เหนียวแน่นได้อย่างแน่่นอน เพียงแค่รอเวลาซัก 4-5 เดือนเท่านั้น คุณก็จะพบคนมากมายหลายความคิดเข้ามาที่บล็อกของคุณเอง

[5] Collaboration Blogs (บล็อกเพื่อการประชุม)
บล็อกเพื่อการสุมหัวทางด้านความคิด (Brainstorm) เพื่อการประชุม หรือพูดคุยกับทีมทำงานที่อาจจะไม่ได้เจอกันบ่อย หรืออยู่กันคนละมุมโลก นอกจากนี้บล็อกที่เอาไว้ใช้เพื่อการนี้ จะสามารถเป็นเหมือนบันทึกความเป็นไปหรือความก้าวหน้าจากการประชุมหรือการปรึกษาพูดคุยกันได้อีกด้วย จำอะไรไม่ได้ก็กลับมาดูได้ทุกเมื่อ ทุกที่ทุกเวลาที่ต่อเน็ตได้

[6] Culture Blogs (บล็อกสร้างกระแส)
อันนี้สิสนุก ถ้าคุณเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับความสำเร็จของเซอร์ Richard Brandson เจ้าของ Virgin Enterprise หรือนาย Steve Jobs บิ้กบอสของ Apple ก็คงพอได้ยินมาบ้างว่า ส่วนที่เป็นสิ่งสำคัญในการทำให้เขาทั้งสองประสบความสำเร็จได้อย่างมีสไตล์ไม่เหมือนคนอื่น ก็เพราะด้วยคำว่าเขาคือ “Culture Hero” หรือ การทำตลาดแบบเป็นผู้นำกระแสนั่นเอง ด้วยการทำสินค้าตัวเองให้ดูเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีต้องใช้ด้วยความเป็นแฟชั่น ดูแล้วทันยุคทันสมัย

ใครไม่ทำกลายเป็นเชยไปซะงั้น แล้วบล็อกก็สามารถเป็นเครื่องมือเพื่อการทำที่ว่ามาได้อย่างดีทีเดียว แต่อย่าลืมว่าความเท่ (cool) หรือความมีสไตล์มันไม่ได้ติดมาตั้งแต่เกิดกันทุกคน ถ้าเรารู้ตัวว่าไม่ใช่คนอินเทร็นหรือ นำสมัยอะไร ผมว่าอย่าฝืนตัวเองแล้วถามนักดีไซน์น่าจะเหมาะกว่าครับ เช่นหาที่ปรึกษาในการการเลือกหน้าตาของบล็อกให้เข้ากับวัยรุ่นหรือกลุ่มตลาดที่คุณต้องการสร้างกระแสต่างๆ หรือถ้าคุณเป็นสำนักพิมพ์เก่าแก่ อีกทั้งคุณเป็นคนเก่าแก่ก็น่าจะหาคนออกแบบปกที่เป็นคนยุคนี้ก็น่าจะเหมาะกว่าออกแบบเองเป็นต้น

(เนื้อหานี้ดัดแปลงมาจากหนังสือ Blog Marketing โดย อนุชา ลีวรกุล นั่นคือผมเอง)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *